ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        บริษัท ท จำกัด                                           โจทก์

ที่ ๖๙๗/๒๕๖๘                                นาย ย                                                                  จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญาเลี้ยงสุกรขุนแบบประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ให้จำเลยรับไปเลี้ยง เมื่อจำเลยเลี้ยงลูกสุกรให้เจริญเติบโตได้ขนาดตามที่กำหนด จำเลยจะต้องนำมาขายคืนให้แก่โจทก์เพื่อหักทอนบัญชีกัน ระหว่างการเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนในการเลี้ยงสุกร ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙.๕ ต่อปี หากผิดนัดยินยอมชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ภายหลังหักทอนบัญชีแล้ว จำเลยมีหนี้ค้างชำระแก่โจทก์ ๑,๒๗๙,๖๐๕.๙๒ บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์หลอกลวงจำเลยว่าจะมีการประกันรายได้จากการเลี้ยงสุกรตัวละ ๑,๐๐๐ บาท ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

              พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การ ฟ้องแย้งและคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญาซื้อขายสุกรขุนประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ให้จำเลยรับไปเลี้ยงเมื่อสุกรโตได้ขนาดจำเลยจะต้องนำกลับไปขายให้แก่โจทก์และโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในฟาร์มเลี้ยงสุกร ภายหลังหักทอนบัญชีค่าใช้จ่ายกันแล้ว จำเลยจะต้องชำระส่วนต่างให้แก่โจทก์ กรณีถือว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและผู้ขายโจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นเกษตรกรประกอบอาชีพเลี้ยงสุกร จำเลยทำสัญญารับเลี้ยงสุกรเพื่อขายคืนให้แก่โจทก์และทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการเลี้ยงสุกร อันมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพ จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากการผิดสัญญารับเลี้ยงสุกรและกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์