คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ พ จำกัด โจทก์
ที่ ๗๑๒/๒๕๖๘ นาย อ ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์ ๑,๒๘๓,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา มีนายศักดิ์สิงห์ เครือวรรณ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัด ต่อมานายศักดิ์สิงห์ถึงแก่ความตายมีจำเลยที่ ๒ เป็นทายาทโดยธรรม โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ชำระแทน
จำเลยที่ ๑ ที่ 2 และที่ ๔ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๔ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกและสมาชิกสมทบ รวมทั้งรับฝากเงิน ให้กู้ยืมเงินและให้สินเชื่อแก่สมาชิก โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสมาชิกกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็น ผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้กู้นั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้อีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงเป็น ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์