ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นาย ส                      โจทก์

ที่ ๗๒/๒๕๖๗   นางสาว ช ในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนาย ส จำเลย

                      โจทก์ฟ้องว่า นาย อ ผู้ตาย กู้ยืมเงินจากโจทก์ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดย
จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้และให้ถือเอาสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน ภายหลังทำสัญญานาย อ ผิดนัด
และต่อมานาย อ ถึงแก่ความตาย มีจำเลยเป็นบุตรและเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และบังคับจำนอง

                    จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                    จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ให้นาย อ กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน และให้นาย อ จดทะเบียนจำนองทรัพย์สินเป็นประกัน อันเป็นวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินดำเนินการ ทั้งจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดกำแพงเพชรได้ความว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ให้บริการทางการเงินแก่นาย อ เพื่อแสวงประโยชน์ในรูปดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนาย อ ซึ่งเป็นผู้กู้นั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง นาย อ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อนาย อ ถึงแก่ความตาย จำเลยเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนาย อ จึงเป็นผู้สืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                      วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                                         (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                                           ประธานศาลอุทธรณ์