คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ด โจทก์
ที่ ๗๓๐/๒๕๖๘ นาง ล จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยเช่าที่ดินบางส่วนของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๒๓๒๐ ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ของพันตำรวจโทหรือนาย ส บิดาโจทก์ เพื่ออยู่อาศัย ต่อมาพันตำรวจโทหรือนาย ส ถึงแก่ความตาย โจทก์รับโอนที่ดินดังกล่าวโดยทางมรดก ครบกำหนดสัญญาเช่าจำเลยไม่ทำสัญญาเช่าต่อและไม่ชำระค่าเช่า กลับยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดินแปลงดังกล่าวต่อศาลแพ่งธนบุรี ต่อมาศาลแพ่งธนบุรียกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไป กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า พันตำรวจโทหรือนาย ส ให้จำเลยและบุคคลอื่นหลายรายเช่าที่ดินโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย พันตำรวจโทหรือนายสนองซึ่งเป็นผู้ให้เช่า
จึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ โจทก์รับโอนที่ดินตามฟ้องโดยทางมรดกจึงเป็นผู้สืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากทรัพย์ที่เช่าอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์