คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ช โจทก์
ที่ ๗๓๑/๒๕๖๘ บริษัท อ จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ตกลงค่าจ้าง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน โดยในการทำสัญญาและดำเนินการก่อสร้าง จำเลยที่ ๑ มอบหมายให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินการแทน โจทก์ชำระค่าจ้างตามสัญญาแล้ว มีจำเลยที่ ๓ เป็นตัวแทนในการรับเงินค่าจ้าง ต่อมาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทำงานที่รับจ้างล่าช้า ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ตรงตามที่ตกลงกัน และละทิ้งงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่แก้ไขและดำเนินการก่อสร้างแทน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคาร ๒ ชั้น ๔ คูหา ตามฟ้องเพื่อขาย คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็น ผู้ว่าจ้างนั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่โจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และงานที่ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างเป็นอาคาร ๒ ชั้น ๔ คูหา เพื่อขาย อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์