คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ส ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน โจทก์
ที่ ๗๓๓/๒๕๖๘ นาย ว ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ประกอบกิจการธนาคาร มีจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างตำแหน่งผู้จัดการสาขาแม่โจ้ ส่วนจำเลยที่ ๒ ประกอบธุรกิจค้าขายปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ขึ้นทะเบียนกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ประชาสัมพันธ์โครงการปลูกพริกพันธุ์ลูกผสมซุปเปอร์ฮอท มีเงื่อนไขว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีที่ดินของตนเองต้องเปิดบัญชีและทำสัญญากู้ยืมเงินกับจำเลยที่ ๓ เพื่อนำเงินมาลงทุนเพาะปลูก โดยจำเลยที่ ๓ จะเป็นผู้จัดหาเมล็ดพันธุ์วัสดุอุปกรณ์ ปุ๋ย สารเคมี ยากำจัดศัตรูพืช และรับซื้อผลผลิตประกันราคา โจทก์ทั้งสองตกลงเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจึงเปิดบัญชีและทำสัญญากู้ยืมเงินกับจำเลยที่ ๓ โดยโจทก์ที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงิน ๕๘๐,๐๐๐ บาท ส่วนโจทก์ที่ ๒ ทำสัญญากู้ยืมเงิน ๔๘๕,๐๐๐ บาท โดยโจทก์ทั้งสองต่างจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาต้นพริกที่โจทก์ทั้งสองเพาะปลูกไม่เติบโตตามที่ควรจะเป็น จำเลยที่ ๑ ตรวจสอบแล้วสั่งให้เปลี่ยนปุ๋ยที่ใช้ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้จัดหา ต่อมาต้นพริกมีอาการใบเหลืองจากโรคระบาด เมื่อโจทก์ทั้งสองเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่รับซื้อโดยอ้างว่าไม่ได้มาตรฐาน ภายหลังโจทก์ทั้งสองตรวจสอบพบว่าปุ๋ยและสารเคมีที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ นำมาจำหน่ายให้แก่โจทก์ทั้งสองไม่มีคุณภาพและราคาสูงกว่าท้องตลาด ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการโดยจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) หรือ (๒) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ ประกอบกิจการค้าขายปุ๋ยและยาฆ่าแมลง จำเลยที่ ๒ ขายปุ๋ยและยาฆ่าแมลงให้แก่โจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน ส่วนจำเลยที่ ๓ ประกอบการธนาคารและให้โจทก์ทั้งสองทำสัญญากู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นเกษตรกร ซื้อขายปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจากจำเลยที่ ๒ และทำสัญญากู้ยืมเงินจากจำเลยที่ ๓ เพื่อนำมาปลูกพริกในโครงการโดยมีข้อตกลงว่าจะต้องนำผลผลิตไปขายคืนแก่จำเลยที่ ๓ อันมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพ โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ชำระค่าเสียหายในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการซื้อขายและกู้ยืมเงินเพื่อร่วมโครงการปลูกพริกพันธุ์ลูกผสม จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑
ซึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์