ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       บริษัทม. จำกัด (มหาชน)                                            โจทก์

 

ที่  ๖๖/๒๕๖๘                                 นางสาวด. ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน                           จำเลย                                                    

                    โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุก ยี่ห้อฮีโน่ กับโจทก์ ๑ คัน มีนายพ. และจำเลยที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อและนายพ. ถึงแก่ความตาย มีจำเลยที่ ๒ เป็นทายาทโดยธรรม โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้วแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบรถยนต์บรรทุกที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน และชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                    จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                        จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้วและให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถบรรทุกโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกดังกล่าวเพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการค้าขนาดใหญ่ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๑ แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ค้ำประกัน และจำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามฟ้องจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑        มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์