ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                  นาย ป. กับพวก                                        โจทก์

ที่ ๗๓๕/๒๕๖๗                                         นาย ว.  กับพวก                                       จำเลย

                     โจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาวอน. (ผู้ตาย) โจทก์ที่ ๓ ถึงที่ ๕ เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาว น. จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการขนส่งมีจำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และมีจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๗ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ต่างประกอบกิจการประกันภัย โดยจำเลยที่ ๔ รับประกันภัยค้ำจุนรถบรรทุกหัวลาก หมายเลขทะเบียน XXX สมุทรสาคร และจำเลยที่ ๕ รับประกันภัยรถกึ่งพ่วง หมายเลขทะเบียน XXX สมุทรสาคร ของจำเลยที่ ๒ ผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ ๗ รับประกันภัยรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน XXX กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๖ ผู้เอาประกันภัย ในวันเกิดเหตุนางสาว น. และนาย ศ. เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของจำเลยที่ ๖ ผ่านแอปพลิเคชันโบล์ท และนั่งโดยสารไปในรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน XXX กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๖ จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิไปตามถนนกาญจนาภิเษกขาออกมุ่งหน้าบางนา ส่วนจำเลยที่ ๑ ขับรถบรรทุกหัวลากหมายเลขทะเบียน XXX สมุทรสาคร และรถพ่วง หมายเลขทะเบียน XXX สมุทรสาคร บรรทุกตู้สินค้าในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ไปตามถนนกาญนาภิเษกขาเข้า ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยที่ ๑ และที่ ๖ ขับรถโดยใช้ความเร็วสูงในเวลากลางคืนและมีฝนตก เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนกาญจนาภิเษกใกล้ กม. ๕๘ แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร รถบรรทุกหัวลากและรถพ่วงบรรทุกตู้สินค้าที่จำเลยที่ ๑ ขับมาเสียหลัก และตู้สินค้าบนรถพ่วงซึ่งไม่ได้ล็อค หลุดข้ามเกาะกลางถนนไปขวางในช่องเดินรถขาออก ทำให้จำเลยที่ ๖ ไม่สามารถชะลอ หยุด หรือเบี่ยงหลบได้ทัน จึงชนกับตู้สินค้าดังกล่าวอย่างแรง จำเลยที่ ๖ และนาย ศ. ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนางสาว น. ถึงแก่ความตาย ทำให้โจทก์ทั้งห้าได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งห้า

                    จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                      จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                     โจทก์ทั้งห้ายื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๖ ให้บริการรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันโบล์ทและให้บริการรถแท็กซี่แก่นางสาว น. และนาย ศ. โดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๖ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนางสาว น. และนาย ศ. เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค โจทก์ทั้งห้าเป็นทายาทโดยธรรมของนางสาว น. จึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน และเมื่อโจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๖ ชำระค่าเสียหายจากมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๗ ซึ่งโจทก์ทั้งห้าฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๖ รวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                     วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                          (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                           ประธานศาลอุทธรณ์