ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                  นาย ส.                                       โจทก์

ที่ ๗๓๔/๒๕๖๗                                         นาย ธ.                                       จำเลย

   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับเหมาถมดิน จำเลยเป็นกรรมการบริษัท พ. จำเลยว่าจ้างโจทก์ขุดลอกดินดำและนำดินสำหรับปลูกต้นไม้มาถมแทนในที่ดินขนาด ๕ ไร่ ๓ งาน ๑๕ ตารางวา ลึก ๑ เมตร ด้านหน้าบริษัทของจำเลยเพื่อขยายกิจการ รวมทั้งให้โจทก์จัดหาเครื่องจักรและรถบรรทุกสำหรับทำงานในพื้นที่ดังกล่าวตามที่จำเลยแจ้ง โจทก์ทำงานที่รับจ้างแล้วเสร็จบางส่วน แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้างและนำผู้รับเหมารายอื่นมาทำงานต่อในส่วนที่เหลือ โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ส่วนที่ค้าง ๙๑๙,๐๐๐ บาท แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

  จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยเป็นกรรมการบริษัท พ. แต่ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยในฐานะส่วนตัวทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามฟ้องจากเจ้าของที่ดินแล้วว่าจ้างโจทก์ขุดลอกและถมดินเพียงบางส่วนเพื่อเตรียมสร้างบ้านพักอาศัย ตกลงค่าจ้าง ๓๐๐,๐๐๐ บาท และจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับเหมาถมดิน โจทก์รับจ้างจำเลยขุดลอกดินและถมดินโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและเป็นผู้รับบริการนั้น แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย ๒ ฉบับท้ายคำให้การว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยตามโฉนดที่ดินเลขที่ XXX จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่รวม ๑๐ ไร่ ราคา ๙๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีข้อตกลงให้โอนกรรมสิทธิ์แก่บุคคลอื่นหรือนิติบุคคลอื่นตามที่จำเลยต้องการได้ เมื่อจำเลยมีภูมิลำเนาที่กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างโจทก์อีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                      วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                                         (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                          ประธานศาลอุทธรณ์