ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวิจิฉัยของประธานศาลอุทธรณ์            ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก.                โจทก์

ที่ ๖๒๐/๒๕๖๗                                         บริษัท พ. กับพวก                   จำเลย

                                 

              โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักร อุตสาหกรรม มีจำเลยที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและผู้ถือหุ้น จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ เป็นผู้ถือหุ้น จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๑ โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ซ่อมเครื่องยนต์ของรถปูยางของโจทก์ให้ใช้งานได้ตามปกติ จำเลยที่ ๑ ซ่อมเครื่องยนต์ของรถปูยางดังกล่าวแล้ว ๓ ครั้ง โจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ ๑ รวมเป็นเงิน ๔๙๔,๔๐๐ บาท แต่เครื่องยนต์ของรถปูยางยังคงสตาร์ทไม่ติดและไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แก้ไขแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรอุตสาหกรรมและรับจ้างโจทก์ซ่อมเครื่องยนต์ของรถปูยางโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ซ่อมเครื่องยนต์ของรถปูยางเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้บริโภคแต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                          (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                            ประธานศาลอุทธรณ์