คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย จ โจทก์
ที่ ๖๕๔/๒๕๖๗ นาย ว จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าห้องชุดเลขที่ xxx อาคารชุด พ กับโจทก์ มีกำหนดระยะเวลาเช่า ๓ เดือน ค่าเช่าเดือนละ ๗,๕๐๐ บาทในวันทำสัญญาจำเลยชำระเงินประกันการเช่าแก่โจทก์ ๗,๕๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ทำความสะอาดห้องชุดก่อนส่งมอบคืนแก่โจทก์ ค้างชำระค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และทำให้ทรัพย์สินภายในห้องชุดชำรุดเสียหาย โจทก์หักกลบลบหนี้กับเงินประกันการเช่าแล้ว คงมีค่าเสียหาย ๓๕,๐๘๔ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าจำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับ ขอให้บังคับโจทก์คืนเงินประกันการเช่า ๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพเป็นทนายความและมีห้องชุดตามฟ้องให้เช่าเพียง ๑ ห้อง คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้องแย้งจำเลย
ศาลแขวงพระนครเหนือส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องชุดโดยเรียกค่าเช่าเป็นการตอบแทน แม้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย แต่โจทก์เป็นบุคคลธรรมดา การนำห้องชุดออกให้เช่าถือเป็นการหารายได้เพิ่มเติมระหว่างที่ไม่ใช้ประโยชน์ในการอยู่อาศัย เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าห้องชุดโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกันตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาเช่าจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์