คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางว. โจทก์
ที่ ๗๑๖/๒๕๖๗ บริษัทท. จำกัด กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกันในโครงการบ้านภูธารา โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในโครงการดังกล่าวและสัญญาให้บริการดูแลรักษากับจำเลยที่ ๑ และทำสัญญาจ้างก่อสร้างบ้านในที่ดินกับจำเลยที่ ๒ โจทก์ชำระเงินตามสัญญาให้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองก่อสร้างบ้านมาตรฐานต่ำ ไม่ใช้วัสดุตามที่กำหนด ชำรุดบกพร่อง และล่าช้า ภายหลังโจทก์เข้าอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าวแล้วจำเลยทั้งสองยังคงเก็บรายละเอียดงานก่อสร้างภายในบ้านอันเป็นการส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัย รวมทั้งละเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาให้บริการดูแลรักษา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ศาลจังหวัดหัวหินรับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค โดยกำหนดนัดพิจารณาในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๗ เมื่อถึงวันนัดจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและศาลจังหวัดหัวหินมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยทั้งสอง อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการให้การแก้คดี จึงเป็นวันนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๖ แล้ว หากมีกรณีต้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ต้องกระทำในวันดังกล่าว การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๗ ย่อมเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะขอให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดหัวหินเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์