ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                   นาย อ.                                                  โจทก์

ที่ ๗๓๗/๒๕๖๗                                         บริษัท ต.                                               จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กชาย ล. จำเลยประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนชื่อ “โรงเรียน ต.” โจทก์นำบุตรของโจทก์สมัครเข้าเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ กับโรงเรียนของจำเลยโดยเชื่อตามสื่อโฆษณาของจำเลยว่าบุตรของโจทก์จะได้รับการเอาใจใส่ดูแลและได้รับความปลอดภัยอย่างดี โจทก์จึงชำระค่าใช้จ่ายเป็นค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนการสอนให้แก่จำเลย ในวันเกิดเหตุช่วงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน บุตรของโจทก์ไปเล่นบนเรือจำลองภายในโรงเรียนของจำเลย ด้วยความประมาทเลินเล่อของโรงเรียนจำเลยไม่จัดให้มีครูหรือบุคลากรของจำเลยดูแลความปลอดภัย และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของโรงเรียนเป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ขาขัดอยู่ระหว่างซี่กรงบนเรือจำลองจนกระดูกหน้าแข้งขาซ้ายหักได้รับบาดเจ็บสาหัสและเดินไม่ได้จนต้องไถลตัวลงมาจากเรือจำลองที่ความสูง ๒ เมตร โดยไม่มีใครพบเห็นและเข้าช่วยเหลือให้การรักษาพยาบาลได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที บุตรของโจทก์ จึงมีปัญหาเรื่องการเดินและการทรงตัว ต้องรักษาและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง ทำให้โจทก์และบุตรของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยคืนค่าเล่าเรียนและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                    จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                    จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                      พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา จำเลยรับเด็กชาย ล. บุตรของโจทก์เข้าเป็นนักเรียน โดยเรียกเก็บค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอนเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์และบุตรของโจทก์เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                         วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                   (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                    ประธานศาลอุทธรณ์