ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       บริษัท ฟ จำกัด                                              โจทก์

ที่ ๗๔๐/๒๕๖๘                              บริษัท ส จำกัด                                               จำเลย

                โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าและให้บริการบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร จำเลยทำสัญญาเช่าเครื่องถ่ายเอกสารกับโจทก์ ๓ เครื่อง (ที่ถูก บริษัท สยจำกัด ทำสัญญาเช่าเครื่องถ่ายเอกสารกับโจทก์ ๒ เครื่อง และจำเลยทำสัญญาเช่าเครื่องถ่ายเอกสารกับโจทก์ ๑ เครื่อง) มีข้อตกลงให้โจทก์บำรุงรักษา จัดหาวัสดุสิ้นเปลือง และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เครื่องถ่ายเอกสารดังกล่าวใช้การได้ดี ต่อมาบริษัท  สย จำกัด โอนสิทธิตามสัญญาเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร ๒ เครื่องดังกล่าวให้แก่จำเลย โดยได้รับความยินยอมจากโจทก์ ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าและค่าบริการโจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบเครื่องถ่ายเอกสารตามฟ้องคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง

                   ศาลแพ่งส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าและให้บริการบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร โจทก์ทำสัญญาเช่าและให้บริการเครื่องถ่ายเอกสารกับบริษัท สย จำกัด และจำเลยโดยเรียกค่าเช่าและค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าและผู้ให้บริการจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยและบริษัท สยานสปอร์ต จำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยทำสัญญาเช่าและรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าและบริการเครื่องถ่ายเอกสารจากบริษัทดังกล่าวเพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์
โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาเช่าและบริการเครื่องถ่ายเอกสาร จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์