ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                นางสาวส.                               โจทก์

ที่  ๗๔๘/๒๕๖๗                                     นางน.                                    จำเลย

                            โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการขายบ้านมือสองโดยจำเลยปิดประกาศขายบ้านให้บุคคลทั่วไปทราบ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามโฉนดเลขที่ xxxx แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านเลขที่ xxx/xx หมู่บ้านก. ซอยโรจนมิน ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ราคา ๙,๓๘๐,๐๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือตกลงชำระในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ภายหลังทำสัญญา โจทก์ไม่สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำเงินมาชำระตามสัญญาส่วนที่เหลือให้แก่จำเลยภายในกำหนด ต่อมาจำเลยแจ้งว่าขายที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นแล้ว โจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินมัดจำ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                           จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจขายบ้านมือสอง จำเลยซื้อที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องและอยู่อาศัยกับครอบครัวตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                           จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                           โจทก์คัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                           พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยประกอบธุรกิจซื้อขายบ้านมือสองดังที่โจทก์กล่าวอ้าง พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้าน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                               วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                    (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                 ประธานศาลอุทธรณ์