ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางสาว น                                             โจทก์

ที่  ๗๖๒/๒๕๖๘                              นางสาว ช                                                     จำเลย

                โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 28631 ตำบลโนนศิลา (หนองปลาหมอ) อำเภอบ้านไผ่ (โนนศิลา)        จังหวัดขอนแก่น พร้อมบ้านพักอาศัย จำเลยตกลงซื้อที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยดังกล่าวจากโจทก์ ระหว่างตกลงราคาจำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยดังกล่าวกับโจทก์ ตกลงชำระค่าเช่าตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัด โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยกับโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยและยังครอบครองบ้านพักอาศัย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปและส่งมอบที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า เดิมจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยตามฟ้องและจดทะเบียนขายฝากไว้กับผู้มีชื่อแต่ไม่มีเงินไถ่ถอน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์เพื่อนำไปไถ่ถอนโดยทำสัญญาซื้อขายและสัญญาเช่าเพื่ออำพรางการกู้ยืมเงินคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่จำเลยกับเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายและสัญญาเช่า

                   โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็น ผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งและคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยและให้จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยดังกล่าว และตามสารบัญจดทะเบียนที่ดินเอกสารท้ายคำฟ้องปรากฏว่า เดิมจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยและจดทะเบียนขายฝากไว้กับผู้มีชื่อเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จำเลยไถ่ถอนที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยดังกล่าวและจดทะเบียนขายให้แก่โจทก์โดยมีข้อตกลงว่าจำเลยสามารถซื้อที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยดังกล่าวคืนจากโจทก์ได้ ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ บัญญัติว่า สัญญาซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีเงื่อนไขจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขายหรือมีสัญญาจะขายคืน หรือเงื่อนไขอื่นในทำนองเดียวกัน ให้ถือว่าเป็นสัญญาขายฝากตามพระราชบัญญัตินี้ และตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้           และมาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค        โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาซื้อขายและสัญญาเช่าเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณาเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ตามมาตรา ๓ (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้นั้น เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑

                   วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์