ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์              นางสาว ม.                                  โจทก์
ที่  ๗๖๓/๒๕๖๗                                     บริษัท ส. จำกัด                                จำเลย

 

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ว. กับจำเลย ๑ ห้อง ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระเงินค่าห้องชุดบางส่วนให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าห้องชุดและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                 จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้รับโทรศัพท์เคลื่อนที่ I จากจำเลยเพื่อตอบแทนการทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดตามฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับโจทก์คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือใช้ราคาแทนแก่จำเลย

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคคามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยอ้างในคำร้องว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพื่อการลงทุน ก็เป็นการคาดการณ์ของจำเลยโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑

  วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                            (นางสุวิชา   นาควัชระ)
                                                               ประธานศาลอุทธรณ์