ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์               นางสาว ก. ที่ ๑ กับพวก                            โจทก์
ที่  ๗๖๔/๒๕๖๗                                     บริษัท ส. จำกัด (มหาชน) ที่ ๑ กับพวก         จำเลย

 

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ใช้ชื่อว่าโรงเรียน บ. มีโจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของและผู้รับใบอนุญาต โจทก์ที่ ๑ มอบรถยนต์หมายเลขทะเบียน XXXX ของโจทก์ที่ ๑ ให้โจทก์ที่ ๒ ใช้ในกิจการ จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดต่างประกอบกิจการประกันภัย จำเลยที่ ๒  เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน XXXX จากโจทก์ที่ ๑ ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพนักงานขับรถของโจทก์ทั้งสองขับรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ ตามคำสั่งของโจทก์ที่ ๒ ไปตามถนน ว. ตำบล บ. อำเภอ บ. จังหวัด ส. มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนโจทก์ที่ ๒ มีนาย ช. ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน XXXX ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับ  จำเลยที่ ๑ ด้วยความประมาทเลินเล่อ ใช้ความเร็วสูงและมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ เสียหาย ต้องใช้ระยะเวลาซ่อมนาน ๑๐๒ วัน จำเลยที่ ๒ ชำระเพียงค่าซ่อมรถยนต์ดังกล่าว โจทก์ทั้งสองเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายจากการไม่ได้ใช้รถยนต์ระหว่างซ่อมและค่าเสียหายอื่น ๆ ตามสัญญาประกันภัย แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภค ต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ศาลแพ่งรับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค โดยกำหนดนัดพิจารณาในวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๕ เมื่อถึงวันนัดจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและศาลแพ่งมีคำสั่งรับคำให้การจำเลยทั้งสอง อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการให้การแก้คดี จึงเป็นวันนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๖ แล้ว หากมีกรณีต้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ต้องกระทำในวันดังกล่าว การที่ศาลแพ่งส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ ย่อมเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะขอให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และส่งสำนวนคืนศาลแพ่งเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

                                                    (นางสุวิชา   นาควัชระ)
                                                                  ประธานศาลอุทธรณ์