คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ท จำกัด โจทก์
ที่ ๗๗๔/๒๕๖๘ นาย ฉ ที่ ๑ กับพวกรวม 2 คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญารับเลี้ยงสุกรขุนแบบประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ให้จำเลยที่ ๑ รับไปเลี้ยง เมื่อจำเลยที่ ๑ เลี้ยงลูกสุกรให้เจริญเติบโตได้ขนาดตามที่กำหนด จำเลยที่ ๑ จะต้องนำมาขายคืนให้แก่โจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังโจทก์รับซื้อสุกรคืนจากจำเลยที่ ๑ และหักทอนบัญชีกันแล้ว จำเลยที่ ๑ มีภาระหนี้ค้างชำระแก่โจทก์ 2,258,769.40 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๑
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาซื้อขายสุกรขุนประกันราคากับโจทก์ โดยโจทก์ตกลงขายลูกสุกร อาหารสุกร เวชภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ให้จำเลยที่ ๑ รับไปเลี้ยงเมื่อสุกรโตได้ขนาด จำเลยที่ ๑ จะต้องนำกลับไปขายคืนให้แก่โจทก์ ภายหลังหักทอนบัญชีค่าใช้จ่ายกันแล้ว จำเลยที่ ๑ จะต้องชำระส่วนต่างให้แก่โจทก์ กรณีถือว่าโจทก์เป็นผู้ให้บริการและผู้ขาย โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นเกษตรกรประกอบอาชีพเลี้ยงสุกร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญารับเลี้ยงสุกรเพื่อขายคืนให้แก่โจทก์ อันมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพ จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากการผิดสัญญารับเลี้ยงสุกร โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้นั้น
เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์