คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย พ โจทก์
ที่ ๘๐/๒๕๖๗ นางสาว พ จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินตามโฉนดเลขที่ XXX พร้อมบ้านเลขที่ XXX จากจำเลย ราคา ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ภายหลังจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์แล้ว มีนาย ส และนาง พ ยื่นฟ้องโจทก์และจำเลยกับพวกอีก ๓ คน ต่อศาลแพ่งตลิ่งชันตามคดีหมายเลขดำที่ XXX อ้างว่าที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนาง ม ผู้ตาย จำเลยไม่มีสิทธิขายให้แก่โจทก์ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านระหว่างโจทก์กับจำเลย ศาลแพ่งตลิ่งชันพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว คดีถึงที่สุดแล้ว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายที่ดิน คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยขายที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่โจทก์ แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยขายที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการซื้อขายที่ดินพร้อมบ้าน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์