คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท อ จำกัด โจทก์
ที่ ๘๑/๒๕๖๗ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์สั่งซื้อเครื่องพิมพ์สติกเกอร์พร้อมหมึกจากจำเลยที่ ๑ เพื่อนำไปใช้ในกิจการ โจทก์ชำระราคาแล้ว แต่เครื่องพิมพ์สติกเกอร์ที่จำเลยที่ ๑ ส่งมอบให้แก่โจทก์นั้นใช้งานไม่ได้ มีปัญหาสีเพี้ยน ไม่คมชัดและปริมาณหมึกไม่เต็ม โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นผู้บริโภค คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
ศาลจังหวัดธัญบุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขายเครื่องพิมพ์สติกเกอร์พร้อมหมึกแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงกำไร โจทก์ซื้อเครื่องพิมพ์สติกเกอร์พร้อมหมึกจากจำเลยที่ ๑ เพื่อนำไปใช้ในกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลซื้อขายเครื่องพิมพ์สติกเกอร์พร้อมหมึก โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้า ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์
เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์