ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        
นาย ส                                                         โจทก์

ที่ ๘๐๒/๒๕๖๘                                 บริษัท ค จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม ๓ คน                 จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการคอร์ปเปอร์ไท กับจำเลยที่ ๑ จำนวน 1 ห้อง โจทก์ชำระเงินค่าห้องชุดตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ต่อมาจำเลยที่ ๑ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นที่ตั้งโครงการดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๓ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้วแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามคืนเงินค่าห้องชุดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยที่ ๓ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (3) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (1) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา 3 ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยที่ ๑ เพียง ๑ ห้อง ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ ๓ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา 3 (3)

         วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์