ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        บริษัท ว  จำกัด                                               โจทก์

ที่ ๘๐๔/๒๕๖๘                              มหาวิทยาลัยราชภัฏ อ                                             จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จำเลยทำสัญญาซื้อขายเครื่องปรับอากาศ๕๓ เครื่อง พร้อมบริการติดตั้งกับโจทก์ ตกลงราคา ๒,๒๘๘,๒๗๕ บาท ภายหลังทำสัญญาจำเลยส่งมอบพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้แก่โจทก์ล่าช้าเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถติดตั้งและส่งมอบงานให้จำเลยได้ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา เมื่อโจทก์ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแล้วเสร็จและส่งมอบงานให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยชำระเงินให้โจทก์เพียง ๒,๑๑๔,๓๖๖.๑๐ บาท โดยจำเลยอ้างว่าใช้สิทธิหักค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้าเป็นเงิน ๑๗๓,๙๐๘.๙๐ บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระราคาส่วนที่ขาดเพราะไม่ใช่ความผิดของโจทก์แล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศพร้อมบริการติดตั้งให้แก่จำเลยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ซื้อนั้นเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทสถาบันอุดมศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจำเลยซื้อเครื่องปรับอากาศและติดตั้งในมหาวิทยาลัยอันเป็นการใช้สอยตามปกติในกิจการของจำเลย มิใช่เพื่อแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาซื้อขาย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์