ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์              นิติบุคคลอาคารชุด น.                      โจทก์

ที่ ๘๑๕/๒๕๖๗                                      บริษัท อ. จำกัดกับพวก                   จำเลย

                  

จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างอาคารชุด น. เพื่อขายตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วม และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอกหรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การเรียกให้จำเลยดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องของทรัพย์ส่วนกลางและเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดมาด้วยนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตาม มาตรา ๓ (๓)

                  

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างอาคารชุด น. เพื่อขาย โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของจำเลยที่ ๑ มีอำนาจในการควบคุมกิจการและการดำเนินงานของจำเลยที่ ๑ ภายหลังจดทะเบียนอาคารชุดและจดทะเบียนจัดตั้งโจทก์แล้ว เพียงไม่กี่ปีต่อมาโจทก์ตรวจสอบพบความชำรุดบกพร่องและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์ส่วนกลางหลายรายการอันเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานโจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองแก้ไขแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์และเจ้าของร่วมได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันแก้ไขซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องทรัพย์ส่วนกลางและความเสียหายต่าง ๆ ตามฟ้องด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการให้โจทก์มีอำนาจกระทำแทนโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ทั้งให้จำเลยทั้งสองรับประกันผลงานที่ได้แก้ไขซ่อมแซมขึ้นทั้งหมด และชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยที่ ๑ ก่อสร้างโครงการแต่ผู้เดียว คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างอาคารชุด น. เพื่อขายตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วมภายใต้บังคับแห่งกฎหมายดังกล่าว และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การเรียกให้จำเลยดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องของทรัพย์ส่วนกลาง และเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลตามฟ้องจึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดมาด้วยนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตาม มาตรา ๓ (๓)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                          วินิจฉัย ณ  วันที่ ๒๖ เดือน สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

 

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                                                           ประธานศาลอุทธรณ์