ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นิติบุคคลอาคารชุด ส.            โจทก์

ที่ ๘๒๙/๒๕๖๗                                       บริษัท ธ. จำกัดกับพวก                    จำเลย

                  

จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของอาคารชุดตามฟ้องเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไปตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ 1 จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางและให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วม และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอกหรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การเรียกให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดซึ่งถูกจัดให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางคืนโจทก์ จึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางจึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                  

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของโครงการอาคารชุด ส. โดยตามแบบแปลนและผังโครงการห้องชุดเลขที่ ๗x/๒xซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น ๑๑ ของอาคารชุด ถูกจัดไว้เป็นห้องอาหารและห้องครัวซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลาง จำเลยที่ ๑ ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยไม่ชอบ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด เพิกถอนหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด และจดทะเบียนแก้ไขให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางของโจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากห้องชุด กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของอาคารชุดตามฟ้องและมีไว้เพื่อขายแก่บุคคลทั่วไปตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางและให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วมภายใต้บังคับแห่งกฎหมายดังกล่าว และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การเรียกให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดซึ่งถูกจัดให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางคืนโจทก์ จึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                           วินิจฉัย ณ  วันที่ ๒๘ เดือน สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

 

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์