ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       บริษัท ซ. จำกัด                             โจทก์

ที่ ๘๕๘/๒๕๖๗                                              นาง ส. กับพวก                             จำเลย

                  

จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด การดำเนินงานของจำเลยที่ ๑ มีลักษณะเป็นการจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุดโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จึงเป็นการให้บริการอย่างหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดและเป็นสมาชิกของจำเลย โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค การที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๑ เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางโดยมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันสืบเนื่องจากการบริการ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายส่วนกลางอันมีผลต่อการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ที่โจทก์ฟ้องรวมกันมาในคดีนี้ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                  

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ xxx ในอาคารชุด ล. จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ เป็นกรรมการ โจทก์ชำระค่าส่วนกลางรายเดือนให้แก่จำเลยที่ ๑ โจทก์ทราบภายหลังว่าจำเลยทั้งห้าจัดการประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ (เรียกครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ วาระที่ ๒ มีมติให้จัดเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางไม่เป็นไปตามข้อบังคับ และมีมติให้แก้ไขข้อบังคับที่ให้จัดเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากอัตราส่วนการมีกรรมสิทธิ์เป็นการจัดเก็บตามตารางพื้นที่เป็นการไม่ชอบ นอกจากนี้การประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ (เรียกครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ วาระที่ ๒ เพื่อพิจารณาอนุมัติแก้ไข ข้อบังคับ หมวดที่ ๕ ข้อ ๑๕.๔ และเพิ่มเติมข้อ ๑๕.๕ นั้น มติมีคะแนนเสียงไม่ถูกต้อง ไม่อาจแก้ไขข้อบังคับได้ และจำเลยที่ ๑เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่มเติมโดยไม่ทำตารางค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หมวดที่ 10การประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมทั้ง 2 ครั้งดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งห้าแก้ไขแล้ว แต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมดังกล่าว ให้สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาพระโขนงไม่จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยที่ ๑ จัดทำตารางข้อบังคับในหมวดที่ ๑๐ ให้ถูกต้องทุกครั้งที่มีการแก้ไขอัตราส่วนการจัดเก็บเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลาง

                   จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดตามฟ้อง การดำเนินงานของจำเลยที่ ๑ มีลักษณะเป็นการจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุดโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทนจึงเป็นการให้บริการอย่างหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตราส่วนโจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดดังกล่าวและเป็นสมาชิกของจำเลย โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว การที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๑ เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางโดยมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันสืบเนื่องจากการบริการ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายส่วนกลางอันมีผลต่อการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ที่โจทก์ฟ้องรวมกันมาในคดีนี้ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                          วินิจฉัย ณ  วันที่ ๔ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์