คำวินิจฉัยของประธานศาลยุติธรรม ธ. โจทก์
ที่ ๑๐๖๑/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด ด. กับพวก จำเลย
จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒มีหน้าที่จัดการ ดูแลและรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุด มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการอาคารชุด การดำเนินงานของจำเลยทั้งสองมีลักษณะเป็นการจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุดโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จึงเป็นการให้บริการอย่างหนึ่งจำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดและเป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๑ และรับบริการจากจำเลยที่ ๒ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมและให้เพิกถอนข้อบังคับจากการประชุมใหญ่ที่กระทบสิทธิเจ้าของร่วมกับเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุด ด. จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการอาคารชุดดังกล่าว จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมเพื่อแก้ไขข้อบังคับที่มีผลกระทบต่อสิทธิเจ้าของร่วมโดยไม่ชอบ เนื่องจากในที่ประชุมมีเจ้าของร่วมไม่ถึงกึ่งหนึ่งซึ่งไม่ครบองค์ประชุม แต่จำเลยทั้งสองกลับนำข้อบังคับตามมติที่ประชุมดังกล่าวจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วม ประจำปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๕ ให้เพิกถอนข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดฉบับที่นำไปจดแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามฟ้อง กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการดูแลและรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุด มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการอาคารชุด การดำเนินงานของจำเลยทั้งสองมีลักษณะเป็นการจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุดโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จึงเป็นการให้บริการอย่างหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดและเป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๑ และรับบริการจากจำเลยที่ ๒ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมและให้เพิกถอนข้อบังคับจากการประชุมใหญ่ดังกล่าว กับเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๖ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
อดิศักดิ์ ตันติวงศ์
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์