คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท อ. โจทก์
ที่ ๘๒๐/๒๕๖๗ นาย ช. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าอาหารสัตว์ จำเลยซื้ออาหารสัตว์จากโจทก์หลายครั้งรวมเป็นเงิน ๒๒๗,๓๘๑ บาท โจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าสินค้า โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าอาหารสัตว์และขายอาหารสัตว์ให้แก่จำเลยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าซื้ออาหารสัตว์จากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า จำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์