คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย พ. โจทก์
ที่ ๘๒๓/๒๕๖๗ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ล. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ แสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ ๑ โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ตกลงค่าจ้าง ๕,๘๑๔,๐๐๐ บาท ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสามเบิกค่าจ้างล่วงหน้าจากโจทก์หลายครั้ง รวมเป็นเงิน ๖,๑๒๘,๖๔๘ บาท แต่จำเลยทั้งสามทำงานที่รับจ้างไม่ได้มาตรฐาน และละทิ้งงาน โจทก์แจ้งจำเลยทั้งสามให้ทำงานที่รับจ้างต่อ แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ และฟ้องแย้งว่า โจทก์ให้จำเลยทั้งสามทำงานเพิ่มเติมและแก้ไขเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างหลายรายการ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยค้างชำระค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หลายรายการ ทำให้จำเลยทั้งสามได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยทั้งสาม
จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และมีจำเลยที่ ๓ แสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วน จำเลยทั้งสามรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสามจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามในมูลจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสามซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์