ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นาย ว. ที่ ๑ กับพวก       โจทก์

ที่ ๘๒๒/๒๕๖๗                                  นาย ช. ที่ ๑ กับพวก       จำเลย

                   โจทก์ทั้งเก้าฟ้องว่า จำเลยที่ ๔ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์บริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางในอาคารชุด ด. มีจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการและผู้จัดการ ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการ โจทก์ทั้งเก้าเป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดดังกล่าวและเป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๔จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการและคณะกรรมการในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และข้อบังคับของจำเลยที่ ๔ โดยไม่ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้แก่เจ้าของห้องชุดที่ต้องการจดทะเบียนนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุด ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค ค้างชำระภาษี ค้างชำระค่าจ้างแก่ผู้ให้บริการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและทรัพย์ส่วนกลาง ทำให้โจทก์ทั้งเก้าและเจ้าของร่วมอื่นได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งเก้า และขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นผู้แทนนิติบุคคลจำเลยที่ ๔ ชั่วคราว

                         จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                         ศาลจังหวัดหัวหินส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) โจทก์ทั้งเก้าอ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๔ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการ ดูแล และรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง มีลักษณะเป็นการจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุดโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งเก้าเป็นเจ้าของห้องชุดและเป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๔ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งเก้าฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๔ ในมูลบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลาง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซึ่งโจทก์ทั้งเก้าฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

 

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์