คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ม. หรือนางสาว ช. โจทก์
ที่ ๘๒๕/๒๕๖๗ นาย ม. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคารบ้านพักอาศัย ๓ ชั้น ตกลงค่าจ้าง ๑๙,๘๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงานจำนวน ๕ งวด ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระค่าจ้างตามจำนวนที่จำเลยขอเบิกถึงงวดงานที่ ๔ บางส่วน และโจทก์ทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายในการขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราวให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดกาญจนบุรี แทนจำเลยแล้ว แต่จำเลยหยุดการทำงานที่รับจ้างและละทิ้งงาน โจทก์แจ้งให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ดำเนินการแทนโดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจค้าขายน้ำมัน โจทก์ว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคารตามฟ้องเพื่อใช้อยู่อาศัยและเป็นสำนักงานในการประกอบธุรกิจ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าโจทก์ผิดนัดชำระค่าจ้างและค่าเขียนแบบ ขอให้บังคับโจทก์ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค และจำเลยยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ ศาลจังหวัดกาญจนบุรีรับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค เดิมศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีเพราะเหตุจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลจังหวัดกาญจนบุรีไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่และนัดพิจารณาวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ จำเลยยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๗ จึงไม่ล่วงเลยระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด และตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นที่พักอาศัย แม้จะใช้ประโยชน์จากงานที่ว่าจ้างส่วนหนึ่งในการประกอบกิจการค้าขายน้ำมัน ก็เป็นการใช้งานด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์