ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นาย ร.                                  โจทก์

ที่ ๘๒๗/๒๕๖๗                                  นางสาว บ. ที่ ๑ กับพวก        จำเลย

                        โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขายของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขายห้องชุดเลขที่ B ๔๓๐๘ ในโครงการ ค. ให้แก่ผู้มีชื่อ ต่อมาจำเลยที่ ๑ แอบอ้างเป็นตัวแทนของผู้มีชื่อซึ่งมอบหมายให้จำเลยที่ ๒ ขายห้องชุดดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์ตกลงซื้อห้องชุดดังกล่าวในราคา ๑๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ หลอกให้โจทก์ชำระเงินค่าห้องชุดให้แก่จำเลยที่ ๑ หลายครั้งรวมเป็นเงิน ๑๓,๐๒๗,๐๙๙.๕๐ บาท โจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยที่ ๑ ส่งมอบเงินให้แก่ผู้มีชื่อเพียง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้กระทำละเมิด จำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิด ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                        จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                        จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                        พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขายห้องชุดให้แก่ผู้มีชื่อตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๒ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ไม่อยู่ในฐานะผู้รับบริการและไม่เป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากโจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ หลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของผู้มีชื่อเพื่อขายห้องชุดดังกล่าวต่อให้แก่โจทก์ โจทก์หลงเชื่อจึงชำระเงินค่าห้องชุดให้แก่จำเลยที่ ๑ อันเป็นมูลละเมิดโดยแท้ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดดังกล่าว จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                        วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์