คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง จ โจทก์
ที่ ๘๓/๒๕๖๗ นาง ล จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและอยู่อาศัยตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก) เลขที่ XXX ตำบลคงสมบูรณ์ (ยางอู้ม) อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ไว้กับนางสาว ร แล้วโจทก์ไม่มีเงินไถ่ถอน โจทก์จึงขอกู้ยืมเงินจากจำเลย ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๔ ต่อเดือน เพื่อนำเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปไถ่ถอนที่ดินดังกล่าว ส่วนที่เหลืออีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นำไปเป็นทุนในการประกอบเกษตรกรรม ตกลงจะไปจดทะเบียนขายฝากที่ดินดังกล่าวอำพรางการกู้ยืมเงิน แต่จำเลยกลับหลอกลวงให้โจทก์จดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าว โดยมีข้อตกลงให้โจทก์สามารถซื้อที่ดินคืนได้ภายใน ๑ ปี ในราคา ๕,๐๘๐,๐๐๐ บาท จำเลยชำระเงินให้แก่ผู้รับซื้อฝาก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท และหักดอกเบี้ยล่วงหน้า ๓ เดือน ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมเป็นเงิน ๘๑๕,๐๐๐ บาท คงเหลือเงินกู้ยืมที่จำเลยจะต้องส่งมอบให้แก้โจทก์ ๑๘๕,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ได้ส่งมอบ ก่อนครบกำหนดโจทก์ขอซื้อที่ดินคืนจากจำเลยเพื่อขายให้แก่บุคคลภายนอกในราคาสูงกว่า ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยปฏิเสธ และเข้าครอบครองที่ดิน ทำลายพืชผลทางการเกษตรและเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีพของโจทก์และบังคับให้โจทก์รื้อถอนบ้านเลขที่ XXX หมู่ที่ XXX ตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินตามฟ้องให้กลับมาเป็นชื่อโจทก์ทางทะเบียน ให้จำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์คืนแก่โจทก์ กับให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวและที่ดินที่มีเอกสารสิทธิซึ่งโจทก์ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์จากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมเลขที่ XXX ตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัตินี้ และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่าที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้จดทะเบียนขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของตนเองให้แก่จำเลยโดยมีข้อตกลงว่าจำเลยจะขายที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ บัญญัติให้สัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่มีเงื่อนไขจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขาย หรือมีสัญญาจะขายคืน หรือเงื่อนไขอื่นในทำนองเดียวกัน ให้ถือว่าเป็นสัญญาขายฝาก และตามมาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นนิติกรรมที่มีผลตามกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากการซื้อขายที่ดินตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์