คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัทส. จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน โจทก์
ที่ ๘๘/๒๕๖๘ นางด. จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ประกอบกิจการออกแบบแปลน แผนผัง ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนและรับเหมาก่อสร้าง มีโจทก์ที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยว่าจ้างโจทก์ทั้งสองออกแบบสถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัยโครงการ P. จำนวน ๑๗ หลัง ตกลงชำระค่าจ้างตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา โจทก์ทั้งสองออกแบบและส่งมอบงานแก่จำเลยครบถ้วนตามสัญญาแต่จำเลยไม่ชำระค่าจ้าง โจทก์ทั้งสองทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
ศาลแพ่งตลิ่งชันส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ และฟ้องแย้งว่า โจทก์ทั้งสองประกอบกิจการออกแบบแปลน แผนผังและรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างจำเลยออกแบบสถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ปรากฏว่างานที่ว่าจ้างโจทก์ทั้งสองให้ออกแบบเป็นโครงการบ้านพักอาศัยจำนวน ๑๗ หลัง และได้ความตามคำคัดค้านพร้อมเอกสารแนบท้ายว่า จำเลยจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์โฆษณาขายบ้านพักอาศัยโครงการตามฟ้องให้แก่บุคคลทั่วไป พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า จำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภคแต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์