คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ม. โจทก์
ที่ ๘๙๐/๒๕๖๗ บริษัท บ. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้าน ๑ หลัง ในโครงการ พ. กับจำเลย ราคา ๔,๓๘๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระราคาให้แก่จำเลยบางส่วนตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยก่อสร้างหลังคาบ้านไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่ตกลงกันไว้ และในระหว่างก่อสร้างโจทก์ซื้ออ่างอาบน้ำแต่จำเลยไม่ได้นำไปติดตั้งให้แก่โจทก์ โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลย
ศาลจังหวัดเลยส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และก่อสร้างบ้านเพื่อขาย จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านให้แก่โจทก์ตามปกติทางการค้า จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านกับจำเลยเพียง ๑ หลัง ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้าน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์