ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นาย พ. กับพวก                                              โจทก์

ที่ ๙๐๖/๒๕๖๗                               บริษัท ก. จำกัด กับพวก                                    จำเลย

 

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการให้เช่าซื้อทรัพย์สิน มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทั้งสามต่างทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับจำเลยที่ ๑ คนละ ๑ คัน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทั้งสามชำระค่าเช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ ๑ ครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ไม่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนให้แก่โจทก์ทั้งสาม ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสาม กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสาม

จำเลยทั้งเจ็ดให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ทั้งสามยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการให้เช่าซื้อทรัพย์สินและให้โจทก์ทั้งสามเช่าซื้อรถยนต์โดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งสามจึงอยู่ในฐานะผู้ซื้อและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสามฟ้องให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการเช่าซื้อรถยนต์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ ซึ่งโจทก์ทั้งสามฟ้องให้ร่วมรับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์