ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       บริษัท ๙ จำกัด                              โจทก์

ที่ ๙๑๑/๒๕๖๖                                               หจก. อ. กับพวก                           จำเลย

โจทก์และจำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งสินค้า โจทก์รับจ้างช่วงจำเลยที่ ๑ ขนส่งบุหรี่สำเร็จรูปโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนโจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ว่าจ้างช่วงโจทก์ขนส่งสินค้าตามฟ้องเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาว่าจ้างช่วงขนส่งสินค้า โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งสินค้า จำเลยที่มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กับมีจำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนทำหน้าที่โอนเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาว่าจ้างช่วงโจทก์ขนส่งบุหรี่สำเร็จรูปให้แก่การยาสูบแห่งประเทศไทยที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับจ้าง โจทก์ทำงานที่รับจ้างเรียบร้อยแล้วแต่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลจังหวัดลำปางส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์รับจ้างช่วงจากจำเลยที่ ๑ ขนส่งบุหรี่สำเร็จรูปโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนโจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตราส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างช่วงโจทก์ขนส่งสินค้าตามฟ้องเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาว่าจ้างช่วงขนส่งสินค้า โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับ
สิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

          วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                  วินิจฉัย ณ  วันที่ ๒๕  เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์