ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                            นาย ย โดยนาง อ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน               โจทก์

ที่  ๙๓/๒๕๖๗                                                 นาง พ                                                           จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๘๕,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   ระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่ความตาย นาง อ ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลจังหวัดกำแพงเพชรมีคำสั่งอนุญาต

   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง

    จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน และได้ความตามสำนวนคดีของศาลจังหวัดกำแพงเพชร หมายเลขดำที่ มย XXX/๒๕๖๖ ซึ่งส่งมาให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในคราวเดียวกันว่า โจทก์ยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน ประกอบกับผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์แถลงต่อศาลจังหวัดกำแพงเพชรว่า “โจทก์เคยให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินก่อนหน้านี้ประมาณ ๒ - ๓ ราย” พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้และอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์