คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. โจทก์
ที่ ๑๔๐/๒๕๖๗ นางสาวล. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างและปรับปรุงต่อเติมบ้านพักอาศัย ตกลงค่าจ้าง ๔๗๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงานเป็น ๓ งวด ภายหลังทำสัญญาโจทก์ได้เตรียมงานและเข้าทำงานงวดที่ ๑ และงวดที่ ๒ ไปพร้อมกัน แต่จำเลยขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำงานงวดที่ ๒ โดยอ้างว่าโจทก์ต้องทำงานงวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จเสียก่อน อันเป็นการผิดสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำงานที่รับจ้างไม่ได้มาตรฐานและชำรุดบกพร่อง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
ศาลจังหวัดนครพนมส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โจทก์รับจ้างจำเลยก่อสร้างและปรับปรุงต่อเติมบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดา และงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์