ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ธนาคารก. จำกัด (มหาชน)                                               โจทก์

ที่  ๙๔/๒๕๖๘                                                         ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน              จำเลย               

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้เงินกับโจทก์ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศของโจทก์ มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันและจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันและจำเลยที่ ๔ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้วแต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ชำระหนี้แทนและบังคับจำนอง

                   จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้เงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้เงินกับโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้เงินโดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จำนอง จำเลยที่ ๔ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

          วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์