ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นาย อ                                                            โจทก์

ที่  ๑๗๓/๒๕๖๗                                     ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน              จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด จำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๔ เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและคำนวณงาน จำเลยที่ ๕ เป็นวิศวกรผู้ควบคุมงาน โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย ๒ ชั้น พื้นที่ ๔๕๐ ตารางเมตร ลงในที่ดินโฉนดเลขที่ xxxxx ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ภายหลังทำสัญญาโจทก์เข้าตรวจงานก่อสร้างพบว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่เอาใจใส่ตรวจสอบงานก่อสร้างจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไม่เข้าควบคุมตรวจสอบงานก่อสร้าง เป็นเหตุให้การก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยมีความเสียหาย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพวิศวกรรม อันเป็นการผิดสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าคืนเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยและชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ช ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ก่อสร้างบ้านพักอาศัยตามสัญญา และบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภคจำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

                  จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                 พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ ๑ รับจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย ๒ ชั้น โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ช ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร บริษัทดังกล่าวมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องและเป็นผู้ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารตามสัญญา พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คืนเงินและชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ กับที่ ๕ ร่วมรับผิดตามฟ้องจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                 วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

นางสุวิชา   นาควัชระ

                ประธานศาลอุทธรณ์