ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นาย ส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นาง ว. กับพวกรวม             โจทก์

ที่  ๖๙๖/๒๕๖๗                           นาย ศ. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ภ.                            จำเลย

                    โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า  นาง ว. และโจทก์ที่ ๒ ทำสัญญาเช่าที่ดินของนาย ภ. ตามโฉนดที่ดินเลขที่ xxxx ตำบลประเวศ (คลองประเวศฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนเนื้อที่ ๓ งาน ๑๕ ตารางวา เพื่อประกอบธุรกิจสร้างอาคารที่พักและสำนักงาน มีกำหนด ๒๕ ปี ตกลงชำระค่าเช่าตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและบันทึกต่อท้าย ภายหลังทำสัญญานาง ว. ถึงแก่ความตาย มีโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดก ร่วมกับนาย ส. ต่อมานาย ภ. ถึงแก่ความตาย มีจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญากับโจทก์ทั้งสองโดยไม่ชอบ ปิดป้ายให้โจทก์ทั้งสองออกจากพื้นที่เช่า และบุกรุกพื้นที่เช่า ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายขาดรายได้จากการให้เช่าห้องพักจำนวน ๑๐๕ ห้อง ขอให้บังคับจำเลยคืนค่าเช่าล่วงหน้าและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์ทั้งสองอ้างตามคำฟ้องและได้ความตามเอกสารท้ายคำฟ้องว่า นาย ภ. ให้นาง ว. และโจทก์ที่ ๒ เช่าที่ดินโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทน แม้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ คำว่าซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วยก็ตาม แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลแพ่งพระโขนง ไม่ปรากฏว่านาย ภ. และจำเลยเคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้เช่าทรัพย์ นาย ภ. และจำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งนาง ว. และโจทก์ที่ ๒ เช่าที่ดินจากนาย ภ. เพื่อสร้างอาคารที่พักและสำนักงาน โดยมีห้องพัก ๑๐๕ ห้อง อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากที่ดินที่เช่าอีกต่อหนึ่ง นาง ว. และโจทก์ที่ ๒ จึงมิใช่ผู้บริโภค นาย ภ. และนาง ว. กับโจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ภ. ในมูลสัญญาเช่า จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์