คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ป. โจทก์
ที่ ๖๙๔/๒๕๖๗ บริษัท ด. จำกัด กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและผู้ถือหุ้น โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เป็นทนายความ โจทก์ทำบันทึกข้อตกลงว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ดำเนินคดีที่ศาลแพ่งตามคำแนะนำของจำเลยที่ ๒ โดยยื่นฟ้องบริษัท ข. จำกัด เรียกเงินกินเปล่าหรือเงินค่าตอบแทนการเช่าอาคารพาณิชย์ ๔ คูหา ตกลงค่าจ้างเหมา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้ว และจำเลยที่ ๑ แต่งทนายความในนามโจทก์ดำเนินการยื่นฟ้องบริษัท ข. จำกัด ต่อศาลแพ่งตามคดีหมายเลขดำที่ พ ๔๒๓๗/๒๕๖๔ ต่อมาศาลแพ่งมีคำพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้ำ ทนายความของจำเลยที่ ๑ ร่างอุทธรณ์คำพิพากษาให้โจทก์พิจารณา โจทก์ไม่เห็นด้วยหลายประการและแจ้งให้แก้ไข แต่ทนายความของจำเลยที่ ๑ ไม่แก้ไขและนำอุทธรณ์ไปยื่นต่อศาลแพ่งโดยฝ่าฝืนคำสั่งโจทก์ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและทวงถามให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินค่าจ้างโดยหักมูลค่าการงานที่ดำเนินการไปแล้วและส่งมอบเอกสารประกอบการดำเนินคดีดังกล่าวแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย และส่งมอบเอกสารประกอบการดำเนินคดีแก่โจทก์
จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ให้บริการด้านกฎหมายรวมถึงรับมอบดำเนินการเกี่ยวกับคดีแก่โจทก์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง แม้เป็นบุคคลธรรมดาแต่ปรากฏตามบันทึกข้อตกลงเอกสารท้ายคำฟ้องว่าและสำนวนคดีของศาลแพ่งพระโขนง หมายเลขดำที่ ผบ ๑๕๘/๒๕๖๗ หมายเลขดำที่ ผบ ๑๕๙/๒๕๖๗ และหมายเลขดำที่ ผบ ๑๖๕/๒๕๖๗ ซึ่งส่งมาให้วินิจฉัย ในคราวเดียวกันว่า โจทก์ว่าจ้างและมอบหมายให้จำเลยที่ ๑ ดำเนินการเกี่ยวกับคดีจำนวนหลายคดีอันมีมูลจากการประกอบธุรกิจของโจทก์ รวมทั้งมีข้อตกลงชำระค่าความสำเร็จของงานให้แก่จำเลยที่ ๑ อัตราร้อยละ ๕๐ ของทุนทรัพย์ในคดีฟ้องเรียกเงินค่าตอบแทนการเช่าซึ่งมีทุนทรัพย์ ๒๑๗,๕๖๒,๘๑๖.๓๒ บาท พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบริการที่ได้รับจากจำเลยที่ ๑ อีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลให้บริการและจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์