คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว พ. โจทก์
ที่ ๑๘๘/๒๕๖๗ นาย ร. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ xxxxx ตำบลบ้านแค อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ xxx หมู่ที่ x ตำบลบ้านแค อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไว้กับโจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา แต่จำเลยยังคงอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่ขายฝาก โจทก์บอกกล่าวและมีหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปและชำระค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินอำพรางการกู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัตินี้ และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย คดีนี้โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยไว้กับโจทก์ เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนแล้วจำเลยไม่ไถ่ถอนตามสัญญา ยังคงพักอาศัยและใช้ประโยชน์อยู่เช่นเดิม เมื่อจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาและถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ออกจากทรัพย์ที่ขายฝากโดยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีบ้านพักอาศัยเลขที่ xxx ตรงกับภูมิลำเนาของจำเลยตามคำฟ้อง พฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าเป็นการขายฝากที่อยู่อาศัย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอันมีมูลจากการขายฝากกับให้ชำระค่าเสียหาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์