ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์          กรม ก.                                                             โจทก์

ที่  ๒๔๔/๒๕๖๗                                 นาย ส.                                               จำเลย   

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย สังกัดกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๗ จำเลยเข้าร่วมการประมูลหมายเลขทะเบียนสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนที่โจทก์จัดขึ้นตามกฎกระทรวง กำหนดหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมเพื่อนำออกเปิดประมูลเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๔๖ จำเลยเป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียน จำนวน ๓ หมายเลข ในราคารวม ๑๓๔,๐๐๐ บาท โจทก์อนุมัติราคาและประกาศชื่อผู้ชนะการประมูลแล้ว จำเลยยืนยันราคาต่อโจทก์และขอนำเงินหลักประกันการประมูลไปชำระราคาบางส่วน ต่อมาจำเลยไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือตามกำหนด โจทก์จึงนำหมายเลขทะเบียนดังกล่าวออกประมูลใหม่ได้ราคาน้อยกว่าที่ประมูลได้ในครั้งแรก
ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินส่วนต่างที่ขาดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกาศแก่ประชาชนเป็นการทั่วไปให้เข้าร่วมการประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ผู้ประมูลได้ต้องชำระราคาแก่โจทก์และจะได้รับการอนุมัติหมายเลขทะเบียนที่ชนะการประมูล แม้โจทก์จัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์โดยเรียกเงินจากผู้ประมูลได้เป็นค่าตอบแทน และผู้ประมูลได้รับอนุญาตให้ใช้หมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่ประมูลได้ แต่การประมูลที่โจทก์จัดขึ้นเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมเพื่อนำออกเปิดประมูลเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๑๘) และมาตรา ๑๐/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.. ๒๕๒๒ และเงินที่ได้จากการประมูลถือเป็นค่าธรรมเนียมพิเศษที่ต้องนำส่งเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวิธีการบริหารและจัดการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามมาตรา ๑๐/๒ โจทก์ไม่ได้นำหมายเลขทะเบียนรถยนต์ออกขายหรือให้บริการและเรียกค่าตอบแทนในเชิงธุรกิจ โจทก์จึงไม่เป็นผู้ขายหรือผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ แม้จำเลยเป็นผู้ประมูลได้หมายเลขทะเบียนรถยนต์ตามฟ้อง โจทก์และจำเลยก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระราคาส่วนที่ขาดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์