ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         บริษัท ก จำกัด                                                                โจทก์

ที่ ๒๖๐/๒๕๖๗                               บริษัท จ จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน                               จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อหางพ่วงพื้นเรียบ ๓ เพลา กับโจทก์เพื่อนำไปใช้ในกิจการของจำเลยที่ ๑ มีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ส่งมอบหางพ่วงที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทน กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายจนกว่าจำเลยทั้งสองจะส่งมอบหางพ่วงที่เช่าซื้อคืนหรือชำระราคาแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อหางพ่วงพื้นเรียบ ๓ เพลา โดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อหางพ่วงพื้นเรียบ ๓ เพลากับโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการค้า อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

  ประธานศาลอุทธรณ์