ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์  นิติบุคคลอาคารชุด ว                            โจทก์

 ที่  ๕๔๑/๒๕๖๗                                     บริษัทส                                                        จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์ให้บริการ จัดการ บำรุงรักษาซึ่งสาธารณูปโภคเพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกของนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์ จำเลยเป็นผู้ก่อสร้างอาคารชุดโจทก์ เมื่อก่อสร้างเสร็จและจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์แล้ว จำเลยกับพวกเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์ในช่วงแรก ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์และคณะกรรมการชุดใหม่ จำเลยเป็นเจ้าของห้องชุดเพื่อรอจำหน่าย ๔๐ ห้อง และเป็นสมาชิกของโจทก์ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง แต่จำเลยชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางไม่ครบถ้วน ล่าช้า และโจทก์ตรวจสอบพบว่าขณะจำเลยเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดโจทก์ ได้ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ห้องชุดที่จำเลยถือกรรมสิทธิ์เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อทั้งที่ยังมีหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างชำระ จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างชำระและเงินเพิ่มตามข้อบังคับโจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ โจทก์มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ ซึ่งมีลักษณะเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุด เมื่อมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยก่อสร้างอาคารชุดตามฟ้องและถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเพื่อรอจำหน่าย อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างชำระ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันนเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                 วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

นางสาวสุวิชา  นาควัชระ

ประธานศาลอุทธรณ์