คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย น.. โจทก์
ที่ ๒๗/๒๕๖๗ บริษัท ว. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรถตู้รับจ้าง จำเลยประกอบกิจการรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่บุคคลและหน่วยงาน จำเลยทำสัญญาจ้างเหมารถตู้กับโจทก์สองครั้งรวม ๒๗ คัน เพื่อใช้ในงานการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติและงานการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติจังหวัดนครสวรรค์ที่จำเลยรับจัดงาน โจทก์ทำงานที่รับจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่จำเลยชำระค่าจ้างเพียงบางส่วนแล้วผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าเหมารถตู้และรับจ้างเหมารถตู้โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยทำสัญญาจ้างเหมารถตู้กับโจทก์เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาจ้างเหมารถตู้ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์