ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                   สหกรณ์ออมทรัพย์พ. จำกัด                   โจทก์

ที่  ๒๗๔/๒๕๖๘                                        นางสาวฉ. กับพวกรวม ๖ คน                 จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑,๙๑๘,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งหกเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ชำระแทน

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้องและจำเลยที่ ๒ ฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๒

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

                   จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกและสมาชิกสมทบ รวมทั้งรับฝากเงินให้กู้ยืมเงินและให้สินเชื่อแก่สมาชิก โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสมาชิกกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้กู้นั้นเป็นบุคคลธรรมดาและไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้อีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒ ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑

                    วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์