คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท อ. จำกัด โจทก์
ที่ ๓๓๐/๒๕๖๗ บริษัท ล. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างโรงงานโครงสร้างเหล็ก ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทำงานที่รับจ้างแล้วเสร็จและส่งมอบงานให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยชำระค่าจ้างให้โจทก์เพียงบางส่วนแล้วทำหนังสือรับสภาพหนี้สำหรับค่าจ้างส่วนที่เหลือให้ไว้แก่โจทก์ ครบกำหนดชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าโจทก์ทำงานที่รับจ้างไม่ได้มาตรฐาน และทิ้งวัสดุอุปกรณ์ที่เหลือจากการก่อสร้างที่มีมูลค่าสูงกว่าค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระ ขอให้บังคับโจทก์ขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ที่เหลือจากการก่อสร้างคืนไปด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ และฟ้องแย้งว่า โจทก์ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างจำเลยก่อสร้างโรงงานโครงสร้างเหล็กโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างโรงงานโครงสร้างเหล็กเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัย มาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์